Skip to content

ADME

Engagement Rate ตัวชี้วัดของการทำการตลาดดิจิทัล

Table of Contents

Engagement Rate การวัดผลของการตลาดดิจิทัล

หากพูดถึงการทำการทำคอนเทนต์การตลาด SEO หรือ Social Media ก็จะต้องรู้จักกับ Engagement Rate เพราะยอด Engagement คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ของเราตอบโจทย์หรือโดนใจกลุ่มเป้าหมายของเราหรือไม่ ทำให้ Engagement Rate คือสิ่งที่จำเป็นต่อการวางแผนการตลาดมาก ๆ ดังนั้นหากต้องการทำการตลาดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีก็จะต้องเช็กยอด Engagement อย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

ซึ่งวันนี้ ADME ในฐานะเอเจนซี่ผู้รับทำ SEO ติดหน้าแรกจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Engagement Rate ให้ดีกว่าเดิม รวมถึงแชร์ความรู้ว่าทำไมยอด Engagement คือสิ่งที่สัมพันธ์กับการทำการตลาดดิจิทัลทั้งบน SEO และ Social Media

ไขข้อสงสัย Engagement Rate คืออะไร?

Engagement Rate คืออัตราการมีส่วนร่วมหรือการมีปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานกับคอนเทนต์หรือแคมเปญของแบรนด์ที่แบ่งออกเป็นยอดการมีปฏิสัมพันธ์บน เว็บไซต์และ Social Media 

โดยสำหรับยอด Engagement  ของเว็บไซต์จะนับจากการคลิก การเลื่อนดูเนื้อหา ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์ ระยะเวลาอยู่บนเว็บเพจ การกรอกฟอร์ม หรือตอบสนองกับ Conversion Event 

ส่วนบน Social Media จะนับที่การกดไลก์ กดแชร์ กดเซฟ คอมเมนต์ กดปุ่มเพื่อส่งข้อความ กด Internal Link และ External Link รวมไปถึงการชมวิดีโอด้วยเช่นเดียวกัน

เมื่อเป็นการวัด Engagement Rate บน Social Media ก็จะนับจากปัจจัยที่แตกต่างออกไป โดยจะนับจากปฏิสัมพันธ์การโต้ตอบของผู้ใช้งานกับคอนเทนต์หรือแคมเปญ และนำไปเทียบกับการเข้าถึงหรือผู้ติดตาม ดังนั้น Engagement Rate บน Social Media จึงจะให้ความสำคัญกับการกดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์เป็นอย่างมาก แตกต่างจาก Engagement Rate บนเว็บไซต์ที่จะให้ความสำคัญกับระยะเวลาหรือปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับ Conversion Event ซึ่งบริการรับจ้างทำ SEO จากทาง ADME ก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้เพื่อที่จะทำให้การทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

Engagement Rate สำคัญต่อการทำ SEO อย่างไร?

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Engagement Rate เป็นสิ่งที่สำคัญและส่งผลต่อการทำ SEO เพราะยอด Engagement Rate จะทำให้เรารู้ว่าการตลาดหรือคอนเทนต์ที่เราได้ลงมือทำไปสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานหรือกลุ่มเป้าหมายได้หรือเปล่า ยิ่งยอด Engagement สูงก็ยิ่งหมายความว่าแคมเปญหรือคอนเทนต์นั้น ๆ สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด รวมถึงสามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อกลุ่มเป้าหมายได้ดี ส่งผลให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น สามารถสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายจนเกิด Conversion ในที่สุด ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้ Engagement Rate มียอดสูง ๆ ก็จะส่งผลดีต่อแบรนด์หลายอย่าง เช่น

  • รู้ว่าควรทำคอนเทนต์ แคมเปญ หรือการตลาดในทิศทางใด
  • ประเมินว่าคอนเทนต์ที่ทำไปตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน
  • แสดงให้เห็นถึงความชอบของผู้ใช้งานต่อคอนเทนต์หรือแคมเปญที่แบรนด์ทำ
  • ทำให้การทำ SEO ดีขึ้น

วิธีการสำหรับคำนวณยอด Engagement

แท้จริงแล้วยอด Engagement คือสิ่งที่เราสามารถคำนวณได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณด้วยตนเองหรือคำนวณผ่านโปรแกรมก็ล้วนแล้วแต่จะทำให้เราได้เห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของคอนเทนต์หรือแคมเปญที่เราทำลงไป และสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณมาคิดวิเคราะห์ เพื่อวางแผนการทำงานโดยใช้ข้อมูลที่ได้มาช่วยประเมินว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป ซึ่งในหัวข้อนี้ ADME จะพาไปดูกันว่าการคำนวณยอด Engagement สามารถใช้วิธีไหนได้บ้าง? ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

คำนวณยอด Engagement เอง

การคำนวณยอด Engagement เองนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงนำข้อมูลที่มีอยู่มาคำนวณ เราก็จะได้ยอด Engagement แล้ว ซึ่งการคำนวณเองจะแบ่งได้ดังนี้

  • คำนวณ Engagement จาก Impressions 

เทียบจากจำนวนครั้งที่คนมองเห็นคอนเทนต์หรือโฆษณา

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (จำนวนครั้งของการมีส่วนร่วมทั้งหมด (Total Engagement) / จำนวนครั้งของการมองเห็นทั้งหมด (Total Impressions)) X 100

  • คำนวณ Engagement จาก Reach

เทียบจากจำนวนคนที่มองเห็นคอนเทนต์หรือโฆษณา

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (จำนวนครั้งการมีส่วนร่วมทั้งหมดของโพสต์ (Total Engagement)  / ยอด Reach ต่อโพสต์ (Total Reach)) X 100

  • คำนวณ Engagement บนเว็บไซต์ 

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (จำนวนครั้งของการมีส่วนร่วมทั้งหมด (Total Engagement) / จำนวนผู้เข้าชม (Total Users)) X 100

  •  คำนวณ Engagement ของ KOLs หรือ Influencers

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (จำนวนครั้งการมีส่วนร่วมทั้งหมดของโพสต์ (Total Engagement) / จำนวนผู้ติดตามทั้งหมด (Total Followers)) x 100 

เนื่องจากเราไม่สามารถทราบจำนวนครั้งการมองเห็น และจำนวนคนที่มองเห็นโพสต์ได้ เราจึงต้องใช้จำนวนผู้ติดตามมาคำนวณแทน

  • คำนวณ Engagement จากจำนวนผู้ติดตาม

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (จำนวนครั้งการมีส่วนร่วมทั้งหมดของโพสต์ (Total Engagement) X จำนวนผู้ติดตาม (Followers)) X 100

  • คำนวณ Engagement จาก Weighted Engagement Rate

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (ยอดไลก์ (Likes) + (คอมเมนต์ (Comments) X 5)) / จำนวนผู้ติดตาม (Followers)) X 100

  • คำนวณ Engagement จาก Video Views

คำนวณโดยใช้สูตร Engagement Rate = (ยอดวิวทั้งหมดของวิดีโอ (Total Video Views) / จำนวนการมองเห็น (Impressions)) X 100

คำนวณ Engagement ด้วย GA4

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราสามารถคำนวณยอด Engagement ได้อย่างง่ายดายก็คือการใช้ Google Analystics 4 หรือ GA4 นั่นเอง ซึ่งเราสามารถดูจาก Reports ใน GA4 เลือก Acquisition และเลือกดูต่อที่ User Acquisition ได้เลย  โดยการคำนวณใน GA4 จะใช้สูตร (Engaged Sessions) / (Total Sessions) = Engagement Rate  ซึ่ง Total Sessions คือ ระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ตั้งแต่ 10-30 วินาที จนถึง 30 นาที ก็จะนับเป็น 1 Session ส่วน Engaged Sessions คือ ระยะเวลาที่ผู้ใช้งานทำกิจกรรมหรือมี Engagement ร่วมกับเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น การคลิก การ Scroll หรือเปิดหน้าเว็บไซต์มากกว่า 2 หน้าขึ้นไป

ยอด Engagement ที่ดีควรเป็นอย่างไร?

Engagement Rate ที่ดีบนเว็บไซต์ควรจะอยู่ที่ 60-70% และ Social Media ควรอยู่ที่ 1-5% ซึ่งการประเมินยอด Engagement นั้นจะมีปัจจัยอื่น ๆ มาร่วมประเมินด้วย เช่น เป้าหมายของแคมเปญ ประเภทของสินค้าและบริการ และกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้งาน โดยสามารถเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือแคมเปญแบบเดียวในเวลาที่ต่างกัน เป็นต้น

แชร์ทริกเพิ่มยอด Engagement แบบปัง ๆ

แน่นอนว่าการจะทำให้ Engagement Rate มีจำนวนสูงขึ้นจะต้องใช้ทริกที่สามารถเพิ่มยอด Engagement ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหัวข้อนี้ ADME เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับทำ SEO ติดหน้าแรกจะพาทุกคนไปดูทริกที่ช่วยเพิ่มยอด Engagement ได้แบบปัง ๆ ตามไปดูพร้อมกันเลย

ทริกเพิ่มยอด Engagement บนเว็บไซต์

  1. เช็กความรวดเร็วของเว็บไซต์
    ความเร็วของเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการเพิ่มยอด Engagement เพราะถ้าเว็บไซต์ของเราโหลดหน้าเว็บได้ช้า ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้งานเลือกเข้าชมเว็บไซต์อื่นแทน และจะทำให้ Google Algorithm มองว่าเว็บไซต์ของเราไม่มีคุณภาพ ทำให้การทำ SEO มีผลลัพธ์ไม่ดีและลดยอด Engagement ด้วย

  2. เช็กด้านเทคนิคของ SEO เสมอ
    หากต้องการเพิ่ม Engagement Rate อย่างมีประสิทธิภาพก็ต้องหมั่นเช็กด้านเทคนิคของ SEO เสมอ อย่างเช่น Response Code เพราะถ้าผู้ใช้งานเปิดเว็บไซต์ของเราแล้วไม่เจอเนื้อหาหรือคอนเทนต์ก็จะส่งผลเสียต่อยอด Engagement และการทำ SEO

  3. เช็กองค์ประกอบของ On-page SEO
    อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องทำก็คือการเช็กองค์ประกอบของ On-page SEO ให้มีความเหมาะสมและสะดวกต่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคุณภาพของบทความบนเว็บไซต์ หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้ SEO Keyword สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เว็บไซต์ของเรามียอด Engagement เพิ่มขึ้น

  4. ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งานบนสมาร์ตโฟน
    จะเห็นได้ว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่มักจะใช้สมาร์ตโฟนค้นหาข้อมูลและอ่านบทความบนเว็บไซต์ ดังนั้นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานบนสมาร์ตโฟนได้ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับการเพิ่มยอด Engagement

  5. ใช้ Internal Links
    การใช้ Internal Links เพื่อเชื่อมโยงบทความหนึ่งไปสู่บทความหนึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์นานขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ดีต่อทั้งยอด Engagement และการทำ SEO

ทริกเพิ่มยอด Engagement บน Social Media

  1. สร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ
    เราจะต้องคิดสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้ใช้งานได้ดี เพื่อให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับคอนเทนต์ของเราให้มากที่สุด เช่น คอนเทนต์ที่ให้ความรู้ ความบันเทิง เป็นต้น

  2. สร้างพื้นการสนทนา
    เพจของแบรนด์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ จะต้องสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานเข้ามาสนทนาร่วมกันในโพสต์ของเพจ ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานเข้ามากดไลก์ คอมเมนต์ หรือแชร์คอนเทนต์ของเราก็จะทำให้เพจมียอด Engagement ดีขึ้น

  3. โพสต์คอนเทนต์ในเวลาที่เหมาะสม
    การจะเพิ่มยอด Engagement ให้มีประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์ม Social Media จะขึ้นอยู่กับเวลาที่เราโพสต์คอนเทนต์ด้วย ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มก็จะมีเวลาโพสต์ที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ดังนั้นก่อนจะโพสต์คอนเทนต์จึงควรเช็กก่อนเสมอว่าควรโพสต์เวลาไหนถึงจะส่งผลดีต่อยอด Engagement

  4. ทำคอนเทนต์แบบวิดีโอ
    สาเหตุที่เราต้องหันมาทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอก็มาจากกระแสบน Social Media ในตอนนี้ที่คอนเทนต์วิดีโอได้รับความนิยมสูงและมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ แถมวิดีโอยังสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ใช้งานได้ดีอีกด้วย

  5. เกาะติดเทรนด์คอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม
    หัวใจสำคัญของการเพิ่มยอด Engagement บน Social Media ก็คือการสร้างคอนเทนต์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ยอดนิยมในช่วงนั้น ๆ ซึ่งหากเราติดตามเทรนด์และทำคอนเทนต์ได้ดีก็จะทำให้เข้าถึงผู้ใช้งานได้ในวงกว้าง

  6. จัดกิจกรรมแจกรางวัล
    การจัดกิจกรรมแจกรางวัลเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยกระตุ้น Engagement Rate ได้เป็นอย่างดี เพราะกิจกรรมนี้จะเชิญชวนให้ผู้ใช้งานมาเข้าร่วมกิจกรรมและได้รับของรางวัลไปฟรี ๆ ซึ่งเปรียบเสมือนการแลกเปลี่ยนกันระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งานที่เข้าร่วมกิจกรรมนั่นเอง

บอกเลยว่าเมื่อแบรนด์หันมาใส่ใจ Engagement Rate อย่างสม่ำเสมอก็จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับแบรนด์ได้ทั้งบนเว็บไซต์และ Social Media เพราะยอด Engagement คือตัวชี้วัดที่แสดงให้เราเห็นว่าคอนเทนต์หรือแคมเปญที่เราทำไปนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หรือไม่ แถม Engagement Rate คือตัวช่วยที่ดีมาก ๆ สำหรับการทำ SEO อีกด้วย ดังนั้นการเช็กยอด Engagement เป็นประจำจึงเป็นสิ่งที่ต้องห้ามพลาด เพื่อเสริมให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้ทันเทรนด์และอยู่ในตลาดได้ในระยะยาว