Skip to content

ADME

Web Traffic คืออะไร? ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญ?

Table of Contents

Web Traffic คืออะไร? ทำไมสำคัญต่อการทำเว็บไซต์

ต้องการให้มียอดผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์มากขึ้นใช่หรือไม่? ถ้าใช่ละก็ต้องลองมาทำความรู้จักกับ “Web Traffic” เพราะ Traffic คือปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเราผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราสามารถเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ได้ก็จะส่งผลดีต่ออันดับของเว็บไซต์หรือการทำ SEO ด้วย ดังนั้นเราจึงต้องสร้างสรรค์เว็บไซต์ออกมาให้ดีเพื่อเพิ่ม Traffic รวมถึงทำให้เว็บไซต์ถูกพบเจอและมีผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์เพิ่มมากยิ่งขึ้น

เราสามารถวัดปริมาณ Web Traffic ออกมาเป็นตัวเลขได้จากจำนวน Users จำนวน Sessions

จำนวน Page Views รวมถึงระยะเวลาเฉลี่ยของการอยู่บนเว็บไซต์แต่ละครั้ง โดยค่าต่าง ๆ เหล่านี้จะสามารถนำมาคำนวณได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้เครื่องมือ Google Analytics 4 (GA4) หรือคำนวณ Web Traffic โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากการใช้บริการรับจ้างทำ SEO ที่จะช่วยอัปเกรดคุณภาพของเว็บไซต์และเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียกได้ว่าถ้าเว็บไซต์ของเรามีจำนวน Web Traffic ปริมาณมากก็เท่ากับว่าเว็บไซต์ของเรากำลังไปได้สวย ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องทำให้เว็บไซต์ของเราสามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด เพื่อดึงดูดผู้ใช้และทำให้เว็บไซต์ของเรามี Traffic เพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

Web Traffic มีทั้งหมดกี่ประเภท?

เมื่อ Web Traffic คือสิ่งที่สำคัญต่อการทำเว็บไซต์และการทำ SEO เราเลยจะขอพาไปทำความรู้จักกับประเภทของ Web Traffic กันว่ามีทั้งหมดกี่ประเภท เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแต่ละประเภทนั้นมีลักษณะอย่างไรบ้าง? รวมถึงส่งผลดีต่อผลลัพธ์ของบริการรับทำ SEO ติดหน้าแรกจาก ADME อย่างไร? ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันได้เลย

Organic Traffic

Web Traffic ประเภทแรกคือ Organic Traffic หรือปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ผ่านการค้นหาคีย์เวิร์ดจาก Search Engine อย่าง Google ซึ่งเราจะสามารถเพิ่มยอด Organic Traffic ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการทำ SEO ที่จะต้องปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงกับเกณฑ์ของ Google และจะต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพภาพสูงเพื่อให้คอนเทนต์เหล่านี้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานรวมถึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานด้วย โดยเราจำเป็นจะต้องทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับต้น ๆ ของหน้าค้นหาให้ได้ เพื่อทำให้เว็บไซต์ของเรามี Organic Traffic อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งการทำให้เว็บไซต์มี Organic Traffic นั้นเราจะต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ยั่งยืน (Evergreen Content) เพื่อทำให้คอนเทนต์เหล่านี้ทำหน้าที่ในการทำให้เว็บไซต์มี Organic Traffic อย่างต่อเนื่องไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรนั่นเอง

Paid Traffic

ประเภทต่อมาของ Web Traffic คือ Paid Traffic หรือปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ผ่านโฆษณา Google Ads ด้วยการประมูลคีย์เวิร์ดเพื่อทำให้เว็บไซต์ของเราติดหน้าแรกที่หน้าค้นหาของ Google หรือ Pay Per Click (PPC) ที่จะต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาเมื่อมีผู้ใช้งานคลิกโฆษณาที่เราทำขึ้น ซึ่งแต่ละคีย์เวิร์ดก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้น ๆ โดย Paid Traffic จะสามารถทำให้เว็บไซต์ของเรามีปริมาณ Traffic เยอะขึ้นในเวลาอันรวดเร็วและค่อนข้างเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีด้วย

Referral

Referral คือการที่เว็บไซต์ได้ปริมาณผู้เข้าชมจากเว็บไซต์อื่นที่อ้างถึงเว็บไซต์ของเรา โดยที่เว็บไซต์อื่นลงโฆษณาที่แปะลิงก์อ้างถึงเว็บไซต์เรา การคลิกลิงก์จาก Email หรือคลิกจาก Search Engine อื่นนอกเหนือจาก Google เช่น Bing หรือ Yahoo เป็นต้น นอกจากนี้เรายังสามารถสร้างคอนเทนต์บนเว็บไซต์อื่นและแนบลิงก์เว็บไซต์ของเราเพื่อให้ผู้ใช้งานคนอื่น ๆ กดลิงก์มาสู่เว็บไซต์ของเรา เท่ากับว่า Referral เป็นการเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์แถมยังเป็นการทำ Backlinks ที่ส่งผลดีต่อการทำ SEO อีกด้วย

Direct Traffic

Direct Traffic คือปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ผ่านการค้นหา URL คลิก Bookmarks หรือคลิกลิงก์ผ่านไฟล์เอกสาร เป็นต้น ซึ่ง Direct Traffic จะเกิดขึ้นเมื่อเว็บไซต์ของเราเป็นที่รู้จักจนผู้ใช้งานคุ้นเคยและนึกถึงเว็บไซต์ของเราเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการค้นหาข้อมูล

Social Media Traffic

Social Media Traffic คือปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามายังเว็บไซต์ของเราผ่านทาง Social Media เช่น Facebook Instagram X (Twitter) ซึ่ง Social Media Traffic นั้นจะมาจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์แล้วนำไปแชร์ลงแพลตฟอร์ม Social Media และเมื่อมีผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์ผ่านการคลิกลิงก์ผ่าน Social Media ก็จะถูกนับว่าเป็น Social Media Traffic

ปัจจัยของการวัดผลของ Web Traffic

ปัจจัยที่ใช้ในการวัดผล Web Traffic สามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ได้จาก Google Analytics 4  โดยเราจะสามารถวัดผล Traffic ได้จากหลายปัจจัยทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งเมื่อเรานำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์แล้วก็จะสามารถใช้ผลลัพธ์เหล่านั้นไปพัฒนาและต่อยอดคุณภาพของเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงนำไปใช้สำหรับส่งเสริมการทำงานของบริการรับทำ SEO ติดหน้าแรกให้ดีขึ้นได้ในอีกระดับ โดยปัจจัยในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพนั้นมีรายละเอียดดังนี้

เชิงปริมาณ

การวัดผล Traffic ของเว็บไซต์ในเชิงปริมาณคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะผลในเชิงปริมาณนั้นจะสามารถนำมาวิเคราะห์ข้อมูลได้ในภายหลัง ซึ่งข้อมูลที่ใช้สำหรับวัดผล Traffic เชิงปริมาณนั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 อย่าง คือ

  • Users 

Users หรือ ผู้ใช้งานคือจำนวนคนที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรา โดยไม่ว่าผู้ใช้งานคนนั้นจะเข้ามาเว็บไซต์ของเรากี่ครั้ง Google Analytics 4 ก็จะนับเป็น 1 User แต่ถ้าผู้ใช้งานเปลี่ยน Browser ที่ใช้ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ในการเข้าสู่เว็บไซต์ก็จะถูกนับเป็น New User 

  • Sessions

Sessions คือจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ใช้งาน โดยระยะเวลาที่ผู้ใช้งานอยู่บนเว็บไซต์ตั้งแต่ 10-30 วินาที จนถึง 30 นาที จะถูกนับเป็น 1 Session และหลังจากเที่ยงคืนก็จะถูกตัดเป็น Session ใหม่

  • Page Views

Page Views คือจำนวนครั้งที่ผู้ใช้งานเปิดเว็บไซต์ ซึ่ง Page Views จะถูกนับทุกครั้งที่มีผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์ โดย Page Views จะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่ามีผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรามากน้อยเพียงใด รวมถึงรู้ว่าเว็บเพจใดมีจำนวนผู้ใช้งานเข้ามาอ่านเยอะที่สุด

เชิงคุณภาพ

การวัดผลเชิงคุณภาพก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่นิยมใช้ในการวัด Traffic ของเว็บไซต์ ซึ่งการวัดผลเชิงคุณภาพจะใช้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • Average Session Duration

Average Session Duration หรือระยะเวลาโดยเฉลี่ยของแต่ละ Session คิดจาก (Session Duration / Sessions) หรือระยะเวลาของแต่ละ Session หารด้วยจำนวน Sessions ทั้งหมด เพื่อหาค่าเฉลี่ยออกมา ซึ่งค่าเฉลี่ยที่ได้ออกมานั้นจะทำให้เรารู้ว่าผู้ใช้งานใช้เวลาบนเว็บไซต์ประมาณเท่าไร โดยในส่วนนี้จะแสดงให้เห็นคุณภาพของเว็บไซต์จากระยะเวลาเฉลี่ยที่ได้นั่นเอง

  • CTR (Click Through  Rate)

CTR (Click Through  Rate) หรืออัตราการคลิกต่อจำนวนการมองเห็น จะเป็นตัววัดว่าโฆษณาและคีย์เวิร์ดที่เราใช้มีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ซึ่งถ้า CTR สูงก็หมายความว่าโฆษณาและคีย์เวิร์ดของเราได้รับความสนใจจากผู้ใช้งาน

  • Conversion

Conversion จะถูกนับจากการคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ การกดถูกใจ การสมัครสมาชิก หรือการสั่งซื้อสินค้า ซึ่งถ้าเว็บไซต์มี Conversion สูงก็หมายความว่าเว็บไซต์ของเรามีคอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและสามารถโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามายังเว็บไซต์สร้าง Conversion ได้นั่นเอง

  • Conversion Rate

Conversion Rate หรือสัดส่วนของผู้ใช้งานที่ตอบสนองกับโฆษณาหรือจำนวนผู้ซื้อจริง โดยสามารถคิด Conversion Rate ได้จาก (Total Conversions / จำนวนการเข้าชมหรือเข้าร่วมในส่วนนั้น ๆ ) X 100 ซึ่งถ้าเว็บไซต์ของเรามียอด Conversion Rate สูงก็เท่ากับว่าโฆษณาที่เราทำได้ผลดีและสามารถทำตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้

เพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ด้วยเทคนิคจาก ADME

สำหรับใครที่ต้องการเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์สามารถนำเทคนิคที่ ADME นำมาแชร์ในวันนี้ไปใช้เพื่อสร้าง Web Traffic ที่ดีกันได้เลย ขอบอกเลยว่าเทคนิคต่าง ๆ นั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดายและจะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างแน่นอน ซึ่งเทคนิคทั้งหมดที่ต้องทำนั้นจะมีอะไรบ้าง? ตามไปดูกันเลย

ทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ

การเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพดี เพราะการทำ SEO จะช่วยให้เว็บไซต์ของเรามีองค์ประกอบที่ถูกต้องตามเกณฑ์ของ Search Engines และมีโอกาสได้อยู่ในอันดับแรกบนหน้าค้นหาของ Search Engines นั้น ๆ ซึ่งเมื่อเว็บไซต์มีอันดับดีก็จะทำให้มีผู้ใช้งานเข้ามายังเว็บไซต์ และเพิ่ม Traffic ได้มากขึ้น

ทำ Google Ads

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับสร้าง Traffic ให้กับเว็บไซต์ก็คือการทำ Google Ads หรือการทำโฆษณากับทาง Google ซึ่ง Google Ads นั้นจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • Google Search Marketing หรือ SEM
  • Google Display Network หรือ GDN
  • Google Discovery Ads

 

ใช้ Social Media ให้เป็นประโยชน์

การใช้แพลตฟอร์ม Social Media เป็นตัวช่วยในการเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ได้อย่างเป็นอย่างดี เพราะถ้าบัญชี Social Media มีผู้ติดตามเยอะหรือคอนเทนต์ที่แนบลิงก์เว็บไซต์ไปนั้นได้รับความนิยมสูงก็จะได้ยอด Traffic กลับมาสู่เว็บไซต์ได้ดีเช่นกัน

Web Traffic ส่งผลดีต่อ SEO อย่างไร?

Web Traffic คือสิ่งที่สำคัญและส่งผลต่อการทำ SEO โดยตรง เพราะ Traffic เป็นปัจจัยหลักต่อการวัดผล SEO รวมถึงมีประโยชน์ต่อการทำ SEO หลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น

  • เพิ่มอันดับ Google Ranking

ถ้าเว็บไซต์มี Traffic ดีก็จะทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีด้วยเช่นกัน

  • เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ 

ถ้าเว็บไซต์มียอด Traffic ที่ดีจะทำให้ Google พิจารณาว่าเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ

  • สร้างโอกาสในการขายสินค้าและบริการ 

ถ้าเว็บไซต์มี Traffic ดีขึ้นก็เท่ากับว่ามีผู้ใช้งานเข้ามาสู่เว็บไซต์มากยิ่งขึ้นและเป็นโอกาสที่ดีในการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าหรือบริการ

จะเห็นได้ว่า Web Traffic นั้นเปรียบเสมือนตัวชี้วัดคุณภาพของเว็บไซต์ เพราะ Traffic คือจำนวนผู้ใช้งานที่เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเรา และการเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อการทำ SEO เราจึงต้องสร้างสรรค์คอนเทนต์และเว็บไซต์ออกมาให้มีคุณภาพเพื่อเพิ่ม Traffic ได้อย่างสม่ำเสมอ