หลาย ๆ คนคงจะรู้จัก Audience Insights ของ Facebook เครื่องมือที่ช่วยเราเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหรือ Target ของเราสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ ฟีเจอร์นี้ยังรวมไปถึงเครื่องมือ Audience Insight Tool เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำเพจ Facebook ที่ช่วยให้เหล่าแอดมินได้ศึกษาและได้รับข้อมูลหรือสถิติต่างๆ จากกลุ่มลูกค้าของตนเองเพื่อใช้ในการทำการตลาดออนไลน์และพัฒนาร้านค้าให้ดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่า Facebook Audience Insights คือ หัวใจสำคัญที่ให้เราได้รู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือ Audience Insight กลุ่มคนที่จะซื้อสินค้าของเราได้อย่างลึกซึ้ง เครื่องมือ Audience Insights ของ Facebook จะมีความสำคัญต่างและข้อดีต่างๆ อย่างไรบ้างและจะช่วยพัฒนาการตลาดออนไลน์และธุรกิจของเราได้มากน้อยแค่ไหนเราไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันเลย
ข้อดีของ Audience Insight Tool ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าและผู้ประกอบการ
Audience Insights ของ Facebook เป็นเครื่องมือที่ดีถ้าหากคุณใช้อย่างถูกต้อง มันจะช่วยให้คุณเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น เป็นหนึ่งในช่องทางที่ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับเหล่า Audience เพราะถ้าหากเราได้รับข้อมูลที่ดีนั้นเราก็จะสามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีตรงใจลูกค้าและจะช่วยสร้างกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น
1. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจตามเพจอะไรอยู่บ้าง
การใช้เครื่องมือ Audience Insight Tool ทำได้โดยการที่เราเลือกพื้นที่ อายุ และเพศ ของกลุ่มเป้าหมาย และ Interest หรือความชอบที่เราคิดว่า Target Group ที่เราตั้งไว้จะชอบ จากนั้นเราก็จะได้ Insight ออกมาว่าคนในกลุ่มที่เราเลือก เค้าติดตามเพจอะไรอยู่บ้าง?
พอเราทราบถึงเพจที่กลุ่ม Audience ติดตามอยู่ก็จะสามารถนำข้อมูลหรือสถิติที่สำคัญดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในการทำแผนการตลาด หรืออาจจะพัฒนาสินค้าได้ต่อในอนาคตถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงจุดสำคัญของการทำตลาดและช่วยให้เห็นภาพรวมของลูกค้ามากยิ่งขึ้น
ตัวอย่างการตลาดออนไลน์โดยใช้ Audience Insight Tool เช่น เราเลือกกลุ่มคนที่ชอบ Digital Marketing อายุ 20 – 30 ที่อยู่ในกรุงเทพฯ มา จาก Audience Insights ทำให้ทราบว่า เค้าชอบเพจ @ZAAP (อาจจะเป็นคนทำงานสายดิจิทัล แต่เป็นขาช้อปแฟชั่นพร้อมก็ได้) และชอบเพจ @JobsDB Thailand (ตื่นตัวหางานใหม่ ๆ อยู่เสมอ) และยังชอบตามเพจรีวิวหนังอย่าง @หนังโปรของข้าพเจ้า , @หนังฝังมุก หรือ @Netflix รีวิว อีกด้วย (อาจจะแปลได้ว่าคนกลุ่มนี้ชอบดูหนัง นอกเหนือจากการชอบ Digital Marketing ว่างๆ อาจจะชอบดู Netflix ก็เป็นได้)
เมื่อได้ Insights พวกนี้มา เราก็สามารถมาวางแผนทำคอนเทนต์ให้มีแนวโน้มจะเป็นสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจได้ จากเมื่อก่อนอาจจะทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Digital Marketing ซึ่งยิงไปเลยตรง ๆ หากลุ่มที่ชอบ Digital Marketing
2. ได้ไอเดียใหม่ ๆ ในการทำคอนเทนต์
เราสามารถนำความสนใจหรือความชอบของกลุ่มเป้าหมายมาเป็นไอเดียเพื่อ Twist และประยุกต์ตัวคอนเทนต์ให้น่าสนใจมากขึ้นและเข้าถึงมากยิ่งขึ้น เช่นอาจจะคิดคอนเทนต์เจาะกลุ่มคนดูหนังที่เกี่ยวกับ Marketing เราอาจจะเพิ่มการใช้ศัพท์หนัง เช่น Mood and Tone การเล่าเรื่องในคอนเทนต์ให้เหมือนกับหนังหรือภาพยนตร์เพื่อดึงดูดลูกค้าเพราะรู้ว่ากลุ่มคนที่สนใจ Digital Marketing ชอบดูหนัง
นอกจากการเข้าถึงว่ากลุ่ม Audience นั้นติดตามเพจอะไรบ้างยังสามารถบ่งบอกได้ถึงความชอบส่วนตัว และสิ่งที่พวกเค้าสนใจเป็นหลักได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เทคโนโลยี ช้อปปิ้ง กีฬา หรือธุรกิจต่างๆ ที่เป็นตัวกรองโดยตรงจากทาง Facebook ซึ่งให้เราช่วยกรองกลุ่ม Audience ได้มากยิ่งขึ้น
3. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมี Relationship Status ยังไง
เครื่องมือสามารถเข้าถึงสถานะความสัมพันธ์ของกลุ่ม Audience ว่าโสดมั้ย? หรือมีครอบครัวแล้ว? อันนี้ก็รู้ได้ว่ามีคนกลุ่มไหนอยู่กี่ % บ้าง ซึ่งพอเรารู้แบบนี้ เราก็ไปปรับทางคอนเทนต์เราได้เช่นกัน อย่างเช่นว่า สมมติเรากำลังทำบริษัทรถยนต์มือสอง ทีนี้ Outcome ที่ได้ในส่วน Relationship จะทำให้เรารู้ได้ว่าคนที่ชอบ Toyoya ส่วนมากเป็นคนโสด แต่คนที่หาซื้อรถตู้เป็นพวกคนที่มีครอบครัวแล้วมากกว่า พอเรารู้แบบนี้ จะทำให้เราเลือกวางแผนได้ถูกต้องมากขึ้น
4. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีระดับการศึกษายังไงบ้าง
Audience Insights ของ Facebook ยังแสดงสถิติเกี่ยวกับระดับการศึกษาของกลุ่มเป้าหมายได้โดยจะแสดงกราฟบอกเลยว่ากลุ่มคนที่เราเลือกเค้าเรียนจบ หรือกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยม หรือว่าเรียนจบมหาวิทยาลัยปริญญาตรีแล้ว หรือมากกว่านั้น อันนี้ยกตัวอย่างเช่น เราขายเครื่องสำอาง แบรนด์ที่คล้าย ๆ กันแต่ใหญ่หน่อยอาจจะเป็น Etude โดยตอนแรกเราอาจจะคิดว่าของเราเหมาะกับการขายเด็กมัธยม แต่กราฟจาก Audience Insights กลับบอกว่าคนที่สนใจเพจ Etude แท้จริงแล้วเป็นเด็กมหาวิทยาลัยต่างหาก! เราจะได้ปรับแผนคอนเทนต์ หรือโปรโมชันทัน 🙂
5. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายทำอาชีพประมาณไหน
พอดู Insight นอกจากจะรู้ว่าเค้าชอบเพจอะไร เรายังรู้ด้วยว่ากลุ่มลูกค้าของเรานั้นทำงานสายอาชีพไหน เราก็จะสามารถเลือกคอนเทนต์ หรือเลือกใช้คำในโฆษณาได้ถูกจริตของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เช่น ถ้าหากกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของเรานั้นเป็นคุณแม่ Full time ที่เลี้ยงลูกตลอดเวลา เราก็จะได้ใช้คำหรือคอนเทนต์ที่ตรงและเข้าถึงคุณแม่ ๆ ทั้งหลายที่อ่านหรือเสพคอนเทนต์อยู่ได้มากยิ่งขึ้น โดยนี้อาจช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นถ้าหากเราใช้คำและคอนเทนต์ได้ถูกต้องและเหมาะกับวัยและอาชีพของกลุ่มเป้าหมาย
6. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายอยู่เขตไหนเยอะ
Audience Insight Tool ยังบ่งบอกไปถึงเขตที่ผู้ใช้หรือกลุ่มลูกค้าอยู่ว่าส่วนใหญ่เป็นคนเขตไหน ถ้าสมมติเราเลือกอยากดู Insights ของคนที่อยู่ประเทศไทย ที่สนใจด้านใดด้านหนึ่ง เราก็จะรู้ลึกลงไปได้อีกว่า แล้วในประเทศไทยนี้ เค้าอยู่จังหวัดไหนเยอะ เพื่อได้ทำแผนการตลาดถูกตำแหน่งมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเราได้กลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนมากขึ้นเราอาจวางแผนทำการตลาดในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่นั้น ๆ รวมไปถึง การทำคอนเทนต์ให้เข้าไปในแต่ละพื้นที่และเจาะประเด็นมากยิ่งขึ้น
7. รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมบน Facebook ยังไงบ้าง
พฤติกรรมการใช้ Facebook นั้นครอบคลุมไหนหลาย ๆ เรื่อง เช่น ช่วงเวลาในการใช้เฟสบุ๊คส่วนใหญ่ เพจที่กดถูกใจ ส่วนใหญ่คอมเมนต์ในเพจอะไร? หรือชอบคอมเมนต์ ชอบกดไลก์โพสต์ หรือชอบกดแชร์โพสต์แบบไหน? นอกจากนี้ยังบอกได้ถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย หรือซื้อสินค้าต่างๆ ของกลุ่ม Audience ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมตัววาง KPI สำหรับการทำคอนเทนต์ได้ถูกในแง่และลงโฆษณาให้ถูกช่วงในแต่ละช่วงเวลาต่างๆ ที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้เฟสบุ๊คของกลุ่ม Audience
หลังจากเราได้ทราบแล้วว่า Audience Insight Tool มีข้อดียังไงบ้างและทำให้เราเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเข้าถึงลูกค้าและการทำตลาดออนไลน์ หากเราใช้เครื่องมือ Audience Insights ของ Facebook จะทำให้เราทราบข้อมูลที่สำคัญต่างๆ ของกลุ่ม Audience ในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งเราสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ และยังมีผลต่อการทำคอนเทนต์ การยิง Ads โฆษณาและพัฒนาด้านการทำ Digital Marketing ของเราเพื่อให้ถูกกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เราได้เข้าใจเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ในอนาคตและขยายธุรกิจของเราอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น