เนื่องจากงาน กราฟิก คือสิ่งที่ต้องใช้ไอเดีย วันนี้ ADME เลยจะพาทุกคนไปรู้จักกับศิลปะหลากสไตล์ เพื่อการออกแบบกราฟิกที่หลุดออกจากกรอบ หัวไม่ตื้อ และไม่ตันอีกต่อไป โดยศิลปะทั้ง 3 สไตล์นั้นคือ
- EXPRESSIONISM (1905–1920)
ซึ่งทั้ง 3 รูปแบบนี้จะมีความโดดเด่นและมีความเหมาะสมในการออกแบบกราฟฟิกยังไง ไปดูกัน
]
EXPRESSIONISM (1905–1920)
งาน กราฟิก คือหนึ่งในงานศิลปะ และถ้าพูดถึงศิลปะ Expressionism ศิลปะแห่งการปะทุอารมณ์ภายนอกในออกมาสู่ภายนอก หลายคนคงคิดถึงงานดังอย่าง ‘The Scream’ ของ Edward Munch ที่ดูมีความบิดเบี้ยวขององค์ประกอบในภาพ ใช้สีที่ค่อนข้างจัดจ้าน ดูเกินจริง แต่จริงๆ แล้วศิลปะ Expressionism ยังมีอีกหลายลักษณะ ที่ทำให้เราดูออกว่าองค์ประกอบในภาพคืออะไรบ้าง แต่ยังคงความบิดเบี้ยว เหนือจริงให้ยังโดดเด่นเหมือนเดิม อย่างในงาน ‘The Promenade’ ของ Marc Chagall เป็นต้น
จุดเด่นของศิลปะสไตล์ EXPRESSIONISM
ศิลปะสไตล์ EXPRESSIONISM นั้นมีจุดเด่นที่จะทำให้ผู้ที่ต้องการออกแบบกราฟิกให้โดดเด่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลงานและการสร้างสรรค์ของตัวเองได้ ซึ่งก็คือ
- ใช้องค์ประกอบสมจริง ผสมกับความบิดเบี้ยวในภาพเดียวกัน
- มีการลดทอนรายละเอียดในภาพลง แต่ยังดูออกว่าอะไรเป็นอะไร
- เลือกใช้สีสันที่ค่อนข้างเข้มและจัดจ้าน
อยากจะบอกว่างานแบบ Expressionism ถือว่าเปิดโอกาสให้เพื่อนๆ ได้ลองสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ได้อย่างเต็มที่ โดยเริ่มจากเลือกผสมผสานความเป็นจริงกับความเหนือจริงในยุคปัจจุบันให้อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว
วิธีการสร้างสรรค์ศิลปะสไตล์ EXPRESSIONISM
เนื่องจากหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยใช้การออกแบบกราฟฟิกด้วยสไตล์ศิลปะแบบ EXPRESSIONISM นี้มาก่อน จึงอาจจะยังไม่เก็ทว่าจะสามารถนำศิลปะรูปแบบนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ยังไง และเพื่อให้เพื่อนๆ เอางานสไตล์นี้ไปใช้ในการสร้างสรรค์การออกแบบกราฟิกให้ง่ายขึ้น เรามีวิธีแนะนำก็คือ
- ตัดเส้นขอบให้ชัด เพื่อสื่อสารออกไปให้ชัดเจนมากขึ้น
- ลดทอนรายละเอียดของความบิดเบี้ยวในภาพ ให้ดูมินิมอลมากขึ้น
เพียงเท่านี้เราก็สามารถหยิบศิลปะสไตล์ EXPRESSIONISM มาเป็นหนึ่งในไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบกราฟิก และการออกแบบ artwork เพื่อสร้างสรรค์ไอเดียได้อย่างไม่สิ้นสุด

PSYCHEDELIC ART (1960s)
Psychedelic Art เป็นศิลปะที่พีคมากในช่วงปี 1966-1972 ซึ่งเป็นศิลปะที่เกิดจากการที่ศิลปินในช่วงแรกใช้ LSD (ยาหลอนประสาท) ขณะสร้างสรรค์ผลงาน เลยทำให้ผลงานที่ออกมาดูเต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว มีความคดโค้งของเส้นและรูปทรงที่ผิดปกติ และมีความจัดจ้านในการใช้สีมากถึงขนาดที่ว่าถ้าเราจ้องนานๆ ก็อาจจะทำให้มึนหัวได้เลยทีเดียว ซึ่งจริงๆ แล้วไอเดียของการใช้เส้นคดโค้งที่มากมายขนาดนี้ก็ได้หยิบยืมมาจากศิลปะ Art Nouveau นั่นเอง
จุดเด่นของศิลปะสไตล์ PSYCHEDELIC ART
ศิลปะสไตล์ PSYCHEDELIC ART นั้นก็มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ไปอีกแบบ และสามารถนำไปใช้เพื่อการออกแบบกราฟิกที่แตกต่างได้ โดยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อจึงประกายไอเดียที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้การออกแบบงานไม่ตื้อ ไม่ตัน ซึ่งจุดเด่นที่ว่านั้นก็คือ
- ความบิดเบี้ยวจากการใช้เส้นโค้งที่มากผิดปกติ เกิดจากการใช้ LSD
- เลือกใช้สีจัดจ้าน ฉูดฉาด ลายตา มองนานๆ อาจมึนหัว
- ตัวหนังสือที่ใช้จะถูกออกแบบมาให้โก่งโค้ง อ่านยาก เข้าใจยาก
- แทบจะไม่มีพื้นที่ว่างในภาพเลยแม้แต่นิดเดียว
วิธีการสร้างสรรค์ศิลปะสไตล์ PSYCHEDELIC ART
แน่นอนว่าความบิดเบี้ยวจากการใช้เส้นโค้ง และเอกลักษณ์ของศิลปะสไตล์ PSYCHEDELIC ART นี้นั้นอาจทำให้มีความลายตา อ่านยาก ดูยาก ซึ่งหลายคนคงเลี่ยงที่จะไม่ใช้สไตล์นี้มาใช้กับการออกแบบปก Online Contents แต่ถ้านำไปใช้อย่างถูกวิธี ด้วยการออกแบบกราฟิก และการออกแบบ artwork ที่เหมาะสมก็จะสามารถดึงความสวยงามของศิลปะสไตล์นี้ออกมาได้ เพราะฉะนั้นเราจึงขอแนะนำทางเลือกให้เพื่อนๆ ได้ลองเอางานแบบ Psychedelic Art ไปปรับใช้ ซึ่งก็คือ
- เพิ่ม Space ให้กับงานมากขึ้น
- เลือกดรอปบางสีลง เพื่อให้องค์ประกอบอื่นๆ ดูโดดเด่นกว่าเดิม
ด้วยวิธีนี้ก็จะทำให้การนำไอเดียของศิลปะสไตล์ PSYCHEDELIC ART มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบกราฟิก และการออกแบบ artwork นั้นมีความเหมาะสมและเข้ากับการออกแบบปก และ Online Contents ต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบและไม่เหมือนใคร

ARTE POVERA (1960s)
ศิลปะสไตล์ Arte Povera นี้นั้นเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอิตาลี โดยเป็นช่วงที่เกิดความไม่สงบในเรื่องสังคมและการเมืองระหว่างช่วงปี 60s ซึ่งเหล่าศิลปินก็ได้สร้างสรรค์ศิลปะสไตล์นี้ออกมา เพื่อเป็นการท้าทายระบบสมัยใหม่และปฏิเสธความงามตามขนบจากรัฐ โดยการเอาของที่เจอได้ทั่วไปที่ใช้แล้ว ไม่แข็งแรงคงทน อย่างหิน ดิน กระดาษ เชือก และอื่นๆ มาเรียงร้อยให้เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อให้เกิดความรู้สึกหวนรำลึกไปถึงช่วงเวลาก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
จุดเด่นของศิลปะสไตล์ ARTE POVERA
เนื่องจากศิลปะสไตล์ ARTE POVERA เป็นศิลปะที่ยังไม่ค่อยมีผู้คนหยิบมาใช้ในการออกแบบกราฟฟิก และการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ artwork ที่โดดเด่นใน Online Contents ทำให้หากรู้ถึงจุดเด่นของศิลปะสไตล์นี้ก็จะทำให้เรามีทางเลือกในการออกแบบและสร้างสรรค์งานการออกแบบกราฟิกได้ง่ายและหลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจุดเด่นของศิลปะ ARTE POVERA ก็คือ
- การนำของใช้แล้วทั่วไปมาเรียงร้อยกัน ทำให้เกิดเป็นรูปแบบใหม่
- มีความดิบค่อนข้างสูง
- เน้นความเป็นธรรมชาติของวัตถุชิ้นนั้นๆ ไม่มีการปรับแต่งใดๆ
วิธีการสร้างสรรค์ศิลปะสไตล์ ARTE POVERA
พูดกันจริงๆ แล้ว งาน Arte Povera ก็คืองาน Collage นี่แหละ แต่ต่างกันตรงที่เลือกเอาของไม่กี่อย่างเท่านั้นมาต่อๆ กันให้เกิดเป็นรูปทรง หรือสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง 1 อัน ซึ่งวิธีที่เราอยากให้เป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ได้ลองนำงานสไตล์นี้ไปปรับใช้ก็คือ
- เลือกใช้วัสดุที่หลากหลายมากขึ้นมาเรียงต่อกัน
- นำรูปทรงเรขาคณิตมาใช้บ้าง เพื่อให้สร้างรูปที่หลากหลายมากขึ้น
และด้วยการนำงานสไตล์นี้ไปปรับใช้ด้วยเทคนิคที่ได้บอกไปด้านบนนี้ แน่นอนว่างานการออกแบบกราฟิกของเราจะเป๊ะ ปัง แบบไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจว่าทำไมถึงคิดงานและไอเดียไม่ออกซะที