เมื่อมีทั้ง Marketplace และเว็บไซต์
ธุรกิจควรเลือกหรือทำคู่กัน
อยากขายของออนไลน์ให้ได้ยอดขายดี ควรทำ Marketplace Marketing ในพื้นที่ที่มีลูกค้าพร้อมซื้ออยู่แล้ว หรือสร้างเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อดึงลูกค้าเข้ามา? นี่อาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดกำลังชั่งน้ำหนัก เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์ยุคนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนไปเรียบร้อยแล้ว
ทว่าการเข้าไปอยู่ในสนามที่มีคนพร้อมซื้อจำนวนมาก ก็ต้องแลกกับการแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้กัน แบบนี้ทำไมธุรกิจต้องมีเว็บไซต์ การขายของใน Marketplace จะแตกต่างจากการมีเว็บไซต์ตัวเองอย่างไร? หากคุณคือหนึ่งในคนที่อยากลองขายสินค้าใน Marketplace บทความนี้ ADME บริษัทการตลาดออนไลน์ครบวงจรจะพาคุณไปหาทุกคำตอบ!
รู้จัก Marketplace Marketing คืออะไร เข้าใจสนามก่อนลงขายจริง
Marketplace Marketing คือการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปรียบเสมือนการนำสินค้าเข้าไปเช่าพื้นที่ใน “ห้างสรรพสินค้าดิจิทัลขนาดใหญ่” ซึ่งมีนักช้อปเข้ามาค้นหาและเลือกซื้อสินค้าอยู่แล้ว โดยแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Amazon จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางดูแลระบบสำคัญ ทั้งการชำระเงิน การจัดส่ง และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทำให้ผู้ขายสินค้าใน Marketplace สามารถโฟกัสกับการปรับแต่งหน้าร้าน จัดโปรโมชัน ยิงโฆษณา และทำให้สินค้าถูกค้นหาเจอได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นสร้างฐานลูกค้าและ Traffic ใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง
ขายของใน Marketplace VS ขายผ่านเว็บไซต์ตัวเอง ต่างกันอย่างไร
แม้จะเป็นช่องทางสำหรับขายสินค้าออนไลน์เหมือนกัน แต่ Marketplace กับเว็บไซต์ของตัวเองมีบทบาทต่างกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การขายของใน Marketplace มีข้อได้เปรียบตรงที่มีฐานผู้ใช้งานและระบบหลังบ้านพร้อมอยู่แล้ว จึงช่วยให้ธุรกิจเริ่มขายและเข้าถึงลูกค้าได้เร็ว ขณะที่เว็บไซต์ของตัวเองต้องลงทุนสร้าง Traffic และความน่าเชื่อถือมากกว่า แต่แลกกับอิสระในการควบคุมหน้าร้าน ประสบการณ์ของลูกค้า และการนำข้อมูลไปต่อยอดทางการตลาด ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ ได้ตามตารางด้านล่างนี้
| ประเด็นเปรียบเทียบ | ขายของใน Marketplace | ขายผ่านเว็บไซต์ตัวเอง |
|---|---|---|
| การเข้าถึงลูกค้า | มีฐานผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มอยู่แล้ว ลูกค้าสามารถค้นหาและเจอสินค้าได้จากระบบของ Marketplace | ต้องสร้าง Traffic เองผ่าน SEO, Content Marketing, โฆษณา หรือช่องทางอื่น ๆ |
| การเริ่มต้น | เริ่มต้นได้ค่อนข้างง่าย เพราะมีระบบร้านค้า การชำระเงิน และจัดการคำสั่งซื้อรองรับ | ต้องลงทุนพัฒนาเว็บไซต์และระบบ E-Commerce ก่อน จึงจะเริ่มขายได้อย่างเต็มรูปแบบ |
| การแข่งขัน | คู่แข่งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคา สินค้า และรีวิวได้ทันที | มีพื้นที่ของแบรนด์เอง จึงไม่ต้องนำเสนอสินค้าท่ามกลางคู่แข่งโดยตรง |
| ค่าธรรมเนียม | มีค่าธรรมเนียม ค่าคอมมิชชัน หรือค่าใช้บริการตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม | มีต้นทุนพัฒนาและดูแลเว็บไซต์ รวมถึงค่าธรรมเนียมการชำระเงิน แต่ธุรกิจสามารถวางแผนต้นทุนของระบบเองได้มากกว่า |
| การสร้างแบรนด์ | อยู่ภายใต้รูปแบบและข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม ทำให้การสร้าง Brand Experience มีขอบเขต | ควบคุมได้ตั้งแต่ดีไซน์ เนื้อหา User Experience ไปจนถึงเส้นทางการซื้อ เพื่อถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ได้เต็มที่ |
| ข้อมูลลูกค้า | การเข้าถึงข้อมูลลูกค้าขึ้นอยู่กับระบบและนโยบายของแพลตฟอร์ม | สามารถวางระบบเก็บข้อมูลจากลูกค้าของแบรนด์เอง เพื่อนำไปต่อยอด CRM และการตลาดในอนาคตได้ |
| ความน่าเชื่อถือ | ได้แรงหนุนจากชื่อเสียงและระบบของ Marketplace รวมถึงรีวิวจากผู้ใช้งาน | ต้องสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเว็บไซต์ ข้อมูลสินค้า รีวิว การรับประกัน และประสบการณ์ที่แบรนด์มอบให้ |
| การทำการตลาด | ใช้เครื่องมือภายในแพลตฟอร์มได้ เช่น โปรโมชัน โฆษณา และฟีเจอร์กระตุ้นการซื้อ | ทำการตลาดได้หลากหลาย ทั้ง SEO, Content Marketing, Google Ads, Social Media Ads และช่องทางอื่น ๆ |
| จุดแข็ง | เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าเร็ว ทดลองตลาด หรือเพิ่มช่องทางขาย | เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างแบรนด์ระยะยาว ควบคุม Customer Journey และสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง |
| ข้อจำกัด | ต้องพึ่งพากฎ ระบบ Traffic และนโยบายของแพลตฟอร์ม รวมถึงรับมือกับการแข่งขันสูง | ต้องใช้เวลาและงบประมาณในการสร้าง Traffic ความน่าเชื่อถือ และดูแลระบบด้วยตัวเอง |
ตั้งแต่ Marketplace ไปจนถึงเว็บไซต์ของแบรนด์
ADME พร้อมช่วยวางแผนการตลาดให้ทุกช่องทางทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ปรึกษาเราเลย!
กลยุทธ์ Marketplace Marketing ยอดขายปัง ไม่ต้องง้อสงครามราคา
ลุยตลาดออนไลน์ยุคนี้ หากพึ่งพาแต่การลดราคาแข่งกับคู่แข่ง สุดท้ายจะกลายเป็นสงครามที่ไม่มีใครชนะ เพราะกำไรจะถูกเฉือนจนไม่เหลือ หัวใจสำคัญของการทำ Marketplace Marketing ให้เติบโตอย่างยั่งยืนจึงเป็นการดึงอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มมาใช้ประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับสร้างประสบการณ์ประทับใจและดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพื่อให้ขายสินค้าใน Marketplace ได้ในราคาที่มีกำไร โดย 4 กลยุทธ์หลักที่ ADME ในฐานะเอเจนซีรับดูแลการตลาดออนไลน์แนะนำให้ลงมือทำทันที ได้แก่
In-App SEO
การทำ SEO บน Marketplace เริ่มได้ตั้งแต่จุดที่หลายร้านมองข้ามอย่าง ชื่อสินค้าและคำอธิบาย เนื่องจากระบบค้นหาจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยจับคู่สินค้ากับคำที่ลูกค้าค้นหา ธุรกิจจึงควรศึกษาคำค้นหาที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาใช้ในชื่อสินค้า รายละเอียด และข้อมูลสำคัญอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมจัดหมวดหมู่และใส่รายละเอียดสินค้าให้ครบถ้วน เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าถูกค้นพบโดยคนที่กำลังมองหาสินค้าประเภทนั้นจริง ๆ
Promotion Strategy
โปรโมชั่นเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อบน Marketplace แต่ไม่จำเป็นต้องแข่งกันด้วยราคาถูกที่สุดเสมอไป ธุรกิจสามารถเลือกใช้ทั้งคูปอง ส่วนลด การจัดเซตสินค้า หรือเข้าร่วมแคมเปญใหญ่ของแพลตฟอร์มอย่าง Shopee และ Lazada โดยควรวางเงื่อนไขให้สอดคล้องกับกำไรและเป้าหมายของแต่ละแคมเปญ เพื่อให้โปรโมชันช่วย เพิ่มยอดขายโดยไม่กลายเป็นต้นทุนที่กินกำไรของธุรกิจ
Review Management
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลูกค้าจำนวนไม่น้อยจะย้อนดูรีวิวเพื่อเช็กว่าสินค้าตรงปกหรือไม่ บริการเป็นอย่างไร และร้านค้าดูน่าเชื่อถือแค่ไหน ดังนั้นการบริหารรีวิวจึงเริ่มตั้งแต่ ตอบลูกค้าให้เร็ว แพ็กสินค้าให้ดี ส่งของตรงเวลา และรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา ประสบการณ์ที่ดีจะมีโอกาสเปลี่ยนเป็นรีวิวที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าคนถัดไปได้ ขณะเดียวกัน Feedback จากรีวิวยังนำมาใช้ปรับปรุงสินค้าและบริการได้อีกด้วย
Marketplace Ads
เมื่อมีสินค้าจำนวนมากแข่งขันกันอยู่บน Marketplace การพึ่งพาการค้นหาแบบธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การใช้ Marketplace Ads สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นและพาสินค้าไปอยู่ตรงหน้ากลุ่มเป้าหมายได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะช่วงเปิดตัวสินค้าใหม่หรือเข้าร่วมแคมเปญสำคัญ อย่างไรก็ตาม ควรดูผลลัพธ์ตั้งแต่ยอดคลิกไปจนถึงยอดสั่งซื้อ ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนการมองเห็น เพื่อให้รู้ว่างบโฆษณาที่ลงไปกำลังสร้างยอดขายได้จริงหรือไม่
เพิ่มแรงขายให้แก่ Marketplace ด้วยพลังของ Affiliate Marketing
นอกจาก SEO โปรโมชัน รีวิว และโฆษณาแล้ว Affiliate Marketing ยังเป็นอีกกลยุทธ์ที่ช่วยขยายยอดขายบน Marketplace ได้ โดยเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์หรือพาร์ตเนอร์นำสินค้าไปแนะนำต่อผ่านคอนเทนต์ของตัวเอง แล้วรับค่าคอมมิชชันเมื่อเกิดการซื้อจริง วิธีนี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ผ่านเสียงของคนที่พวกเขาติดตามและเชื่อถือ โดยไม่ต้องพึ่งการยิงโฆษณาขายสินค้าใน Marketplace เพียงอย่างเดียว
อยากทำความเข้าใจว่า Affiliate Marketing คืออะไรและเริ่มต้นอย่างไร? อ่านต่อได้ที่นี่
เว็บไซต์ก็อยากทำ Marketplace ก็อยากลอง? ทำควบคู่กันไปได้เลย!
ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะขายของใน Marketplace หรือมีเว็บไซต์ของตัวเอง ธุรกิจสามารถใช้ทั้งสองช่องทางให้ทำหน้าที่เสริมกันได้ โดยให้ Marketplace เป็นพื้นที่สำหรับเข้าถึงลูกค้าใหม่และสร้างโอกาสให้คนค้นพบแบรนด์จาก Traffic ที่มีอยู่แล้ว ส่วนเว็บไซต์ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ของแบรนด์สำหรับสร้างความน่าเชื่อถือ เก็บข้อมูลลูกค้า และต่อยอดความสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ แนวทางนี้เรียกว่าการขายแบบ Hybrid ซึ่งช่วยให้ธุรกิจใช้จุดแข็งของแต่ละช่องทางได้เต็มที่ แทนที่จะพึ่งพา Marketplace เพียงอย่างเดียวหรือทุ่มทุกอย่างไว้ที่เว็บไซต์ของตัวเอง
ตอบประเด็นคำถามเกี่ยวกับ Marketplace Marketing ที่ธุรกิจควรรู้
เรื่อง Marketplace Marketing และการขายของผ่านเว็บไซต์ธุรกิจยังมีรายละเอียดที่หลายธุรกิจอาจสงสัยก่อนเริ่มลงมือจริงอยู่ มาดูคำตอบของคำถามที่พบบ่อย เพื่อให้วางแผนการขายออนไลน์ได้ง่ายขึ้นกับ ADME ด้านล่างนี้เลย
E Marketplace กับ E-Commerce ต่างกันอย่างไร?
E-Commerce คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วน E Marketplace คือแพลตฟอร์ม E-Commerce รูปแบบหนึ่งที่รวมผู้ขายหลายรายไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น Shopee และ Lazada ดังนั้น Marketplace จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของ E-Commerce
ทำไมธุรกิจต้องมีเว็บไซต์?
E-Commerce คือการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วน E Marketplace คือแพลตฟอร์ม E-Commerce รูปแบบหนึ่งที่รวมผู้ขายหลายรายไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น Shopee และ Lazada ดังนั้น Marketplace จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของ E-Commerce
ขาย Marketplace อย่างเดียวพอไหม?
พอสำหรับการเริ่มต้น แต่ไม่ควรพึ่งพาเพียงช่องทางเดียวในระยะยาว เนื่องจาก Marketplace ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าใหม่ได้ง่าย แต่ธุรกิจต้องแข่งขันกับร้านอื่นและอยู่ภายใต้กติกาของแพลตฟอร์ม การทำ Marketplace ควบคู่กับเว็บไซต์จึงช่วยให้ธุรกิจได้ทั้ง Traffic จาก Marketplace และพื้นที่สำหรับสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง
ค่าธรรมเนียม Marketplace แพงไหม?
ค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์มและเงื่อนไขของร้านค้า โดยอาจมีทั้งค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมบริการ หรือค่าใช้จ่ายจากการเข้าร่วมโปรแกรมและแคมเปญต่าง ๆ ดังนั้นธุรกิจควรคำนวณต้นทุนเหล่านี้รวมกับต้นทุนสินค้าและการตลาดก่อนตั้งราคา เพื่อให้รู้ว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นสร้างกำไรได้จริง
ทำ SEO บน Marketplace ได้?
ได้ โดย Marketplace มีระบบค้นหาภายในแพลตฟอร์มที่ธุรกิจสามารถปรับให้สินค้ามีโอกาสถูกค้นพบมากขึ้น เช่น การเลือก Keyword ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า นำไปใช้ในชื่อและรายละเอียดสินค้า รวมถึงการจัดหมวดหมู่และปรับข้อมูลหน้าสินค้าให้ครบถ้วน ทั้งนี้รายละเอียดและปัจจัยที่ระบบใช้จัดอันดับอาจแตกต่างกันไปในแต่ละแพลตฟอร์ม
สุดท้ายแล้ว Marketplace กับเว็บไซต์ไม่ได้มีไว้เพื่อแย่งบทบาทกัน แต่เป็นคนละเครื่องมือที่ช่วยกันพาธุรกิจไปข้างหน้า การขายของใน Marketplace ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น ส่วนเว็บไซต์ช่วยสร้างพื้นที่ของตัวเองและต่อยอดความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ทั้งนี้ ไม่ว่าคุณจะเริ่มทำ Marketplace Marketing หรือวางแผนขายสินค้าใน Marketplace ควบคู่ช่องทางอื่นอย่างจริงจัง ADME ยินดีช่วยวางกลยุทธ์และทำการตลาดออนไลน์ครบวงจร เพื่อเปลี่ยนโอกาสทางการขายให้กลายเป็นการเติบโตของธุรกิจได้จริง
วางช่องทางให้ถูกที่ วางกลยุทธ์ให้ถูกทาง
เติบโตไปกับ ADME
