Skip to content

ADME

เครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย Digital Marketing

Table of Contents

เครื่องมือ AI Tools ตัวช่วยสุดปังที่สาย Digital Marketing ต้องลองใช้!

เครื่องมือ AI Tools สำหรับสายงานด้าน Digital Marketing มีเครื่องมือ AI เครื่องมือไหนน่าใช้บ้างนะ…? ในยุคที่ชุดเครื่องมือโปรแกรม AI มีให้เลือกใช้หลากหลายนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องมือ AI ไหนใช้แล้วดี…? เครื่องมือ AI ไหนใช้แล้วเวิร์ก…?

ในยุคปัจจุบันนี้ เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเทคโนโลยี AI ที่เป็นเครื่องมือ AI Tools ต่าง ๆ ได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตและกลายเป็นตัวช่วยที่สำคัญทั้งในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ยิ่งเป็นสายงาน Digital Marketing ที่ทำงานเกี่ยวกับสื่อออนไลน์ เครื่องมือการตลาด และเทรนด์เทคโนโลยีด้วยแล้ว บอกเลยว่าเครื่องมือ AI Tools สามารถช่วยให้การทำงานของเราสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถช่วยให้วิธีทำการตลาดออนไลน์ง่ายขึ้นยิ่งกว่าเดิมอีกด้วย

สำหรับวันนี้เราได้มัดรวม 40 เครื่องมือ AI สุดเจ๋งสำหรับการทำการตลาดออนไลน์มาฝากทุกคนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย Social Media Marketing, เครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย SEO, เครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย Content  หรือเครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย Graphic และ Creator เราก็ได้แบ่งหมวดหมู่และรวบรวมจุดเด่นของแต่ละเครื่องมือไว้ให้แล้วที่นี่ จะมีเครื่องมือ AI เครื่องมือที่น่าใช้ หรือชุดเครื่องมือโปรแกรม AI ไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ตามไปดูความน่าสนใจของ เครื่องมือ AI Tools แต่ละหมวดหมู่ไปพร้อม ๆ กับ #ADMExAITheSeries กันได้เลย!

เครื่องมือ AI เอาใจ Marketing สาย Social Media

เราขอประเดิม #ADMExAITheSeries ด้วยหมวดหมู่ของสาย Social Media Marketing เป็นหมวดหมู่แรก ซึ่งสายนี้จะเน้นจัดการงานต่าง ๆ บน Social Media เป็นหลัก โดยชุดเครื่องมือโปรแกรม AI ที่เรารวบรวมมาในหมวดหมู่นี้ จะมีให้เลือกใช้ตั้งแต่เครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย วางแผนการทำคอนเทนต์ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือของ AI ในการทำสรุปรายงานเพื่อนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้งานกับแบรนด์หรือธุรกิจต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจะมีเครื่องมือ AI เครื่องมือไหนที่ตอบโจทย์สาย Social Media Marketing บ้าง? ไปดูกัน

เครื่องมือ AI สาย Social Media

Audiense

Audiense สามารถใช้วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายจากจำนวนผู้ติดตามที่กำลัง Follow Social Media ของแบรนด์หรือธุรกิจได้อย่างง่ายดาย  โดยเครื่องมือ AI Tools ตัวนี้ จะทำการค้นหาตำแหน่งงาน หรือความสนใจต่าง ๆ แล้วนำเสนอออกมาในรูปแบบของรายงานสรุปเพื่อให้เราสามารถนำไปต่อยอดในการวางแผน หรือประยุกต์ใช้กับการโฆษณาในคอนเทนต์ต่อ ๆ ไปได้อีกด้วย 

ทดลองใช้งานได้ที่:  https://www.audiense.com/

Hootsuite

Hootsuite เครื่องมือ AI Tools ที่ช่วยในการสร้างโพสต์ต่าง ๆ ลงบน Social Media ได้ครอบคลุมและง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา หรือคอนเทนต์แบบไหนก็สามารถลงได้หมด ช่วยให้ชาว Social Media Marketing อย่างเรา ๆ ประหยัดเวลาในการสร้างโพสต์ไปได้เยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ Hootsuite ยังมีบริการ OwlyWriter ที่ช่วยในการเขียนคอนเทนต์อีกด้วย 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.hootsuite.com/

Flick

Flick เครื่องมือ AI Generative ที่สามารถใช้งานการทำ Social Media ได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการวางแผนทำคอนเทนต์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ไปจนถึงการแนะนำการเลือกใช้ Hashtag ให้เข้ากับแบรนด์หรือธุรกิจ ที่สำคัญยังมาพร้อมคุณสมบัติในการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมและการใช้เครื่องมือของ AI ในการทำสรุปรายงานได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเปรียบเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญของชาว Social Media Marketing เลยก็ว่าได้ 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.flick.social/

Lately

Lately อีกหนึ่งเครื่องมือ AI Generative ที่ช่วยในการเพิ่มคุณภาพการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ให้ดีขึ้น มาพร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการจัดการตารางการโพสต์คอนเทนต์ลงบน Social Media ต่าง ๆ ที่สามารถลงโพสต์พร้อมกันในเวลาเดียวกัน ทั้งยังสามารถวิเคราะห์เมตริกต่าง ๆ เพื่อนำไปต่อยอดในการวิเคราะห์และวางแผนการตลาดได้อีกด้วย

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.flick.social/

IFTTT

IFTTT เป็นเครื่องมือ AI เครื่องมือหนึ่งที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเครื่องมือตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถใช้สร้าง กำหนดเวลา และทำให้งานเครือข่ายต่าง ๆ เป็นแบบอัตโนมัติ ทำให้เราประหยัดเวลาในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม สำหรับการใช้งานก่อนอื่นเลยระบบจะให้เราเลือกเครื่องมือ AI Tools ที่ใช้เป็นประจำ จากนั้นเราจะสามารถเลือก THIS หรือ THAT ได้ โดย This คือ Trigger เช่น เลือก YouTube โดยเงื่อนไขคือถ้าลงโพสต์บน YouTube และ That คือ Action เช่น ให้แชร์โพสต์นี้ที่ Facebook ด้วย ตรงนี้โพสต์ของเราก็จะถูกโพสต์ทั้งบน YouTube และ แชร์บน Facebook พร้อมกัน อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ IFTTT ยังสามารถนำไปเชื่อมกับ Google Home หรือ Alexa แล้วให้ทำคำสั่งเช่น “ถ้าออกจากพื้นที่นี้ ให้ปิดไฟทั้งหมด” ได้อีกด้วย 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://ifttt.com/

Zapier

Zapier คือเครื่องมือ AI Tools ที่สามารถช่วยสร้างงานได้มากขึ้นแต่ใช้เวลาน้อยลง ซึ่ง Zapier  ก็จะมีหลักการทำงานคล้าย ๆ กับ IFTTT ในหัวข้อด้านบนเลย คือจะเราเลือก Application ที่เราใช้งานประจำ แล้ว Zapier ก็จะแนะนำการเชื่อมต่อ หลังจากทำการเชื่อมต่อแล้ว Application ต่าง ๆ ก็สามารถเชื่อมข้อมูลระหว่างกันได้ทันที และยังสามารถออกแบบลำดับการทำงานของ MarTech ต่าง ๆ ได้อีกด้วย ที่สำคัญ Zapier ยังมาพร้อมตัวเลือกการทดลองใช้ฟรีอีกด้วย

ทดลองใช้งานได้ที่: https://zapier.com/

Chatfuel

Chatfuel เป็น Bot-building Platformm ที่ดีไซน์มาเพื่อใช้กับ Facebook Messenger โดยเฉพาะ ซึ่งระบบก็จะทำให้ผู้ใช้สร้าง Chatbot ง่าย ๆ เพื่อมาตอบคำถามที่ถูกถามบ่อย ๆ หรืออาจจะนำมาช่วยในการสร้างการนัดหมาย เช่น คลินิกเสริมความงามอาจจะใช้ Chatfuel ในการรับจองบริการ หรืออาจจะตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับบริการต่าง ๆ ที่ทางร้านมีก็ได้เช่นเดียวกัน

ทดลองใช้งานได้ที่: https://chatfuel.com/ 

Fedica

Fedica เครื่องมือ AI Tools ที่ช่วยให้เราวางแผนลงคอนเทนต์ใน Twitter ได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลามากที่สุด ทางระบบสามารถแนะนำให้เราโพสต์คอนเทนต์ได้ในช่วงเวลา Prime Time และช่วยวิเคราะห์ได้ว่าคนที่ Follow เราอยู่มี Demographic แบบไหนกันแน่  รวมไปถึงสามารถช่วยวิเคราะห์ดู Hashtag ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเปรียบเสมือนผู้ช่วยคนสำคัญที่สามารถช่วยวิเคราะห์ข้อมูลโพสต์บน Twitter ได้แบบเฉียบขาดเลยทีเดียว

ทดลองใช้งานได้ที่: https://fedica.com/

Wordstream

Wordstream เครื่องมือ AI  Generative ที่สามารถช่วยขับเคลื่อนโฆษณาของเราให้ก้าวไปข้างหน้าได้เต็มประสิทธิภาพด้วยพลังของ Machine Learning โดยฟีเจอร์หลัก ๆ ของเครื่องมือนี้คือจะสามารถประเมินสถานการณ์และวิเคราะห์การทำการตลาดได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าลดเวลาทำงานพร้อมกับเพิ่มคุณภาพให้กับการทำโฆษณาได้อีกด้วย 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.wordstream.com/

Sendible

Sendible ช่วยให้เราสามารถโพสต์คอนเทนต์ลงบนแพลตฟอร์มทุกแพลตฟอร์มที่เรามีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเปิดหลาย ๆ แพลตฟอร์มแล้วลงแต่ละครั้งให้วุ่นวาย นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยแนะนำคอนเทนต์โดยอ้างอิงจาก Keyword และ Topic ที่เราต้องการ และการช่วยให้เรามอนิเตอร์ Messages จากทุกๆ แพลตฟอร์มได้ในที่เดียว เป็นต้น 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.sendible.com/

10 เครื่องมือ AI วางแผนและปรับปรุงเว็บไซต์ สำหรับสาย SEO

#ADMExAITheSeries ในหมวดหมู่ที่สองคือเครื่องมือ AI ของสาย SEO โดยเฉพาะและจะเน้นไปที่การวางแผนเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเป็นหลักไปจนถึงการวัดผล Ranking อย่างไรให้ได้คุณภาพ ซึ่งชุดเครื่องมือโปรแกรม AI ที่เรารวบรวมมาให้ในหมวดหมู่นี้จะมี AI เครื่องมือไหนที่น่าใช้บ้าง? ไปดูกัน

Pro Rank Tracker

Pro Rank Tracker เครื่องมือ AI Tools ทำ SEO ที่ช่วยให้เราสามารถเช็ก Rank ของตัวเองบนหน้า Google Search ได้ง่าย ๆ สามารถเช็กได้ว่า Keyword หรือหน้าเว็บไซต์ของเราอยู่ที่อันดับเท่าไหร่ แต่ก็ไม่สามารถใช้ดูคู่แข่งได้ สำหรับใครที่อยากใช้งานแบบฟรี ๆ เพียงแค่เรากรอกชื่อ-ข้อมูลติดต่ออีเมลของบริษัทลงไป ก็จะได้ Account แบบฟรีมาใช้เลย โดยหลังจากสมัครใช้ไปแล้วระบบจะส่ง Verification เข้าไปทาง Email ที่ใช้สมัคร เราก็กดลิงก์จากอีเมลแล้วกรอกอีเมลและพาสเวิร์ดที่ตั้งไว้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการสมัคร  

ทดลองใช้งานได้ที่: https://proranktracker.com/

NeuronWriter

NeuronWriter หนึ่งในเครื่องมือ AI Generative สำหรับสาย SEO ที่น่าลองใช้มาก ๆ เครื่องมือนี้ช่วยให้เราสามารถทำการเปรียบเทียบคู่แข่งที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา เช็กอันดับคู่แข่งใน Rank 1-30 ได้ รวมถึงเช็กความยาวเนื้อหาของบทความต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์ว่าได้คุณภาพแล้วหรือยัง นอกจากนี้ก็จะมีการแนะนำ Keywords ที่เราควรใช้ในบทความให้อีกด้วย ที่สำคัญยังมีการให้คะแนนคอนเทนต์ของเราจาก 1-100 คะแนน หากคะแนนของเราน้อยก็จะมีการแนะนำว่า Keywords ต่าง ๆ ที่ควรต้องใส่เพิ่ม แต่ละคำมีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้เรามีคะแนนสูงไปสู้กับเว็บไซต์คู่แข่งได้

ทดลองใช้งานได้ที่: https://neuronwriter.com/

PageSpeed Insights

PageSpeed Insights เครื่องมือ AI Tools จาก Google ที่สามารถช่วยวัดความเร็วในการโหลดเพจของเว็บไซต์ โดยหน่วยการวัดความเร็วก็จะมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน สำหรับการใช้งานก็ง่ายมาก ๆ เพียงใส่เว็บไซต์ของเราลงไปแล้วกด Analyse เมื่อผลลัพธ์ออกมาเราก็จะรู้แล้วว่า Core Web Vitals เราเป็นแบบไหน รวมถึงคะแนน Performance ของเว็บไซต์เราโดยรวมอยู่ที่กี่คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 หลังจากรู้คะแนนแล้วก็เราก็จะได้ไป Optimise ได้ถูกจุด เพื่อให้ SEO Performance ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://pagespeed.web.dev/

Semrush

Semrush เครื่องมือ AI Tools ที่เน้นวิเคราะห์ Keyword และการทำ Backlink ของตัวเองและคู่แข่งเป็นหลัก ซึ่งหากใช้เครื่องมือนี้สามารถที่จะเช็กได้ด้วยว่า Keyword ของเราอยู่ที่อันดับที่เท่าไหร่ ทั้งยังสามารถดูได้ด้วยว่า Keyword ที่เกี่ยวข้องมีการแข่งขันอย่างไรบ้างในธุรกิจนั้น ๆ

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.semrush.com/

Uptime Robot

Uptime Robot เป็นเครื่องมือ AI Generative ที่ช่วยให้เราสามารถดูได้ว่าเว็บไซต์ของเราสามารถใช้งานได้ตามปกติไหม หรือมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า หากระบบมีการตรวจพบความผิดปกตินี้ Uptime Robot ก็จะบอกว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยความผิดปกติที่เครื่องมือนี้สามารถตรวจสอบได้นั้นจะแบ่งเป็นในส่วนต่าง ๆ 4 รูปแบบ

  1. HTTP(s)  ตรวจสอบการทำงานของ Web Services 
  2. Keyword  ตรวจสอบการแสดงผลของ Web 
  3. Ping  ตรวจสอบการทำงานของเครื่อง Server 
  4. Port ตรวจสอบว่า Services ที่เรารันไว้ตาม Port ต่าง ๆ 

เมื่อตรวจพบความผิดปกติแล้วก็จะทำการแจ้งเตือนเราในรูปแบบต่าง ๆ เช่น SMS, Email, Twitter หรือ Web-Hook เป็นต้น 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://uptimerobot.com/

Diib

Diib เครื่องมือ AI Generative ที่ใช้ในการตรวจสอบ SEO ของเว็บไซต์ ความเร็ว และความปลอดภัยของผู้ใช้ในเวลาเพียง 60 วินาที สามารถติดตาม Keyword และ Backlink ที่สำคัญของเว็บไซต์ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบการจัดอันดับและการเปลี่ยนแปลงของคู่แข่ง รวมถึงยังสามารถใช้เครื่องมือของ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานของเว็บไซต์ได้อีกด้วย 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://diib.com/

Surfer SEO

Surfer SEO เครื่องมือ AI เครื่องมือนี้ มีจุดเด่นในเรื่องของการทำ Keyword Research เพื่อวางแผนการเขียนSEO Contentบนเว็บไซต์ ทั้งยังสามารถใช้ติดตามคู่แข่งได้ว่ามีการทำคอนเทนต์ในเว็บไซต์ไปในทิศทางเดียวกันกับเรา หรือมีการใช้ Keyword ในการทำคอนเทนต์คำเดียวกันหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถทำ Content Planner หรือ Site Audit ได้อีกด้วย

ทดลองใช้งานได้ที่: https://surferseo.com/

SE Ranking

SE Ranking เครื่องมือ AI Tools ที่สามารถใช้สร้างคอนเทนต์และติดตามประสิทธิภาพการทำ SEO ของเว็บไซต์แบบครบวงจร โดยเครื่องนี้ครอบคลุมไปถึงเรื่องการติดตามอันดับ Keyword การตรวจสอบเว็บไซต์ การวิเคราะห์ผลลัพธ์ของการทำ On-Page และ Keyword Research  ทั้งยังสามารถตรวจสอบ SEO On-Page ช่วยให้เราปรับเนื้อหาในเว็บไซต์ให้เหมาะสมขึ้นได้ นอกจากนี้ยังสามารถเช็กอันดับ Keyword ที่ต้องการได้พร้อม ๆ กันหลายคำ

ทดลองใช้งานได้ที่:  https://seranking.com/

KWFinder

KWFinder เป็นเครื่องมือสำหรับสาย SEO ที่เน้นเรื่องของการทำ Keyword Research สามารถใช้ค้นหา Keyword ต่าง ๆ ได้หลากหลายทั่วโลก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการค้นหา Long Tail Keyword หรือคำค้นหาที่ยาว ๆ ที่คนทั่วไปนิยมค้นหาได้อีกด้วย เพียงแค่กรอก URL ของเว็บไซต์คู่แข่งก็ดู Keyword ที่คู่แข่งใช้ได้ทันที  

ทดลองใช้งานได้ที่:  https://mangools.com/kwfinder/

Screaming Frog

Screaming Frog  เครื่องมือ AI Generative ประเมินภาพรวมทั้งหมดของเว็บไซต์ โดยจะทำการรวบรวมข้อมูลบนเว็บไซต์ทั้งหมดมาวิเคราะห์ เช่น Page Title, Meta Description, Alt Tag, Duplicate Content และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ฟรี แต่จะจำกัดการตรวจสอบได้ 500 URLs ต่อ 1 เว็บ ถ้ามากกว่านี้จะต้องซื้อโปรแบบเสียเงินนั่นเอง 

ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.screamingfrog.co.uk/seo-spider/

เครื่องมือ AI ต่อยอดงานเขียนสุดปัง สำหรับชาว Content

มาต่อกันที่ #ADMExAITheSeries ในหมวดหมู่ต่อไป นั่นก็คือเครื่องมือ AI Generative ของคนที่รับเขียน Content หรือที่หลาย ๆ คนเรียกกันว่าชาว Content นั่นเอง สำหรับเครื่องมือ AI ที่เรานำมาฝากนั้น จะมี AI เครื่องมือไหนที่สามารถต่อยอดงานเขียน หรือลดระยะเวลาในการเขียนให้น้อยลงได้บ้าง? ไปดูกันเลย

เครื่องมือ AI สำหรับชาว Content

ChatGPT

ChatGPT เครื่องมือ AI Generative ที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ซึ่งเครื่องมือนี้สามารถใช้ทำอะไรได้หลากหลายอย่างมาก ๆ ตั้งแต่การค้นหาความรู้ที่ยาก ๆ เพื่อการนำไปเขียนบทความไปจนถึงการให้เขียนแคปชันด้วยการป้อนคำสั่ง (Prompt) ที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญ ChatGPT ยังรองรับได้หลายภาษารวมถึงภาษาไทยด้วย แต่ว่าภาษาไทยอาจจะยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่ในบางบริบท

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://openai.com/blog/chatgpt

Rytr.me

Rytr.me เครื่องมือ AI Tools ที่ตอบโจทย์สำหรับการเขียน SEO Content มาก ๆ โดยเราสามารถป้อน Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของคอนเทนต์ เพื่อใช้เครื่องมือของ AI ให้ออกแบบเนื้อหาให้ได้ตั้งแต่ Blog Idea & Outline, Blog Section Writing ไปจนถึง Copywriting Framework: AIDA นอกจากนี้เราสามารถเลือกระดับภาษาในการเขียนได้อีกด้วย ที่สำคัญเครื่องมือนี้ยังรองรับภาษาไทยอีกด้วย

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://rytr.me/

Anissa

Anissa เครื่องมือ AI จากทีมพัฒนาในประเทศไทย โดยเครื่องมือนี้สามารถช่วยให้เราคิดคอนเทนต์ได้ทั้งในรูปแบบของ SEO Content และ Social Media Content นอกจากนี้ยังมาพร้อมตัวเลือกเพิ่มเติมที่ช่วยให้เราสามารถแก้สคริปต์ต์วิดีโอและแก้คำผิดได้ในการใช้งานผ่านเครื่องมือนี้เพียงตัวเดียว
✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://anissa.ai/

Prompt Lab

Prompt Lab อีกหนึ่งเครื่องมือ AI Generative ที่สามารถป้อนคำสั่ง (Prompt) ต่าง ๆ ให้ AI สร้างสรรค์เนื้อหาได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนแคปชัน การเขียนบทความ การคิดคอนเทนต์ รวมไปถึงการเขียนสคริปต์วิดีโอ นอกจากนี้ในเนื้อหาแต่ละรูปแบบเรายังสามารถเลือก Mood&Tone ของคอนเทนต์ได้หลากหลายอีกด้วย ทั้งสนุกสนาน มืออาชีพ หรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นต้น ที่สำคัญ AI เครื่องมือนี้ยังถูกพัฒนาขึ้นจากทีมพัฒนาคนไทยอีกด้วย

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://promptlab.sutmeme.com/

Copy.ai

Copy.ai เครื่องมือ AI Tools สำหรับงานเขียนที่สามารถสร้างสรรค์งานได้หลากหลายรูปแบบมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Blog Content, Digital Ad Copy, eCommerce Copy, Sales Copy, Social Media Content หรือ Website Copy เป็นต้น นอกจากจะนำไปใช้กับงานเขียนของสาย Content ได้แล้ว เครื่องมือนี้ยังสามารถดัดแปลงไปใช้ในการตลาดได้อีกด้วย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่:https://www.copy.ai/ 

Nichesss

Nichesss เครื่องมือ AI Tools ที่สามารถช่วยเขียนบทความได้หลากหลายภาษา ซึ่งภาษาไทยก็สามารถใช้ได้เช่นกันแต่อาจจะต้องนำมาปรับอีกเล็กน้อย โดยเครื่องมือนี้ก็ใช้งานง่าย ๆ เลย อันดับแรกคือเลือกภาษา ตามด้วย Post Title ที่เป็นชื่อเรื่อง จากนั้นเครื่องมือของ AI จะให้ Outline ออกมา ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะปรับก็ได้หรือไม่ปรับก็ได้ จากนั้นก็กด Generate เพียงเท่านี้ระบบก็จะเขียนบทความออกมาได้เลยจากทุกสิ่งที่เรากรอกข้อมูลไปก่อนหน้า นอกจากนี้เครื่องมือ AI Tools นี้ยังช่วยให้เราวางแผนการโพสต์บน Social Media ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยทุ่นเวลาสำหรับชาว Content Writer ได้เป็นอย่างดี 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่:https://nichesss.com/

Scalenut

Scalenut เครื่องมือ AI Tools ที่เหมาะสำหรับการเขียนเนื้อหาบทความยาว ๆ ตั้งแต่การเขียนบนเว็บไซต์ไปจนถึงระดับการเขียนเชิงวิจัย ถือเป็นเครื่องมือ AI ที่ตอบโจทย์การเขียน SEO Content มาก เพียงใช้เครื่องมือของ AI ช่วยคำนวณก็สามารถช่วยให้ Blog มีโอกาสติดอันดับได้ นอกจากนี้ยังสามารถเขียนบทความได้มากกว่า 10,000 คำอีกด้วย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่:https://www.scalenut.com/

Frase.io

Frase.io เครื่องมือ AI Tools ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการเขียนบทความยาว ๆ ซึ่งสามารถช่วยวางแผนการเขียนบทความ SEO ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเนื้อหาภายในบทความ มาพร้อมฟีเจอร์พิเศษที่สามารถช่วยแนะนำ Keyword สำหรับงานเขียนได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการจัดอันดับเนื้อหา SEO Content อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่สามารถรองรับภาษาไทยได้

✔ ทดลองใช้งานได้ที่:https://www.frase.io/

Syllaby

Syllaby เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับงานเขียนโซเซียลมีเดียต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram Reels, YouTube Shorts และ Facebook Reels เป็นต้น ซึ่งเครื่องมือ AI นอกจากจะใช้สำหรับสร้างสรรค์งานเขียนแล้ว ยังสามารถหาไอเดียการทำคอนเทนต์ รวมถึงการวางปฏิทินคอนเทนต์ได้อีกด้วย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่:https://www.syllaby.io/

Boords

Boords เครื่องมือ AI Tools ช่วยสร้าง Storyboard และ Shot Lists ตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถใส่เสียง กำหนดเฟรม หรือใส่คอมเมนต์ในแต่ละเฟรม ทั้งยังมาพร้อมตัวแก้ไขสคริปต์ที่ช่วยให้เราสร้างงานที่น่าพึงพอใจได้ในไม่กี่คลิก บอกเลยว่าเครื่องนี้ตอบโจทย์การทำ Storyboard แบบจัดเต็มทั้งภาพ เสียง และคำอธิบาย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://boords.com/

เครื่องมือ AI ทุ่นแรง ทุ่นเวลา สำหรับชาว Graphic และ Creator

ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึง #ADMExAITheSeries ที่เป็นภาคสุดท้ายกันแล้ว ชาวกราฟิก หรือสาย Creator คนไหนที่รับทำกราฟฟิก หรือรับทำวิดีโอ บอกเลยต้องห้ามพลาด 10 เครื่องมือ AI นี้ เพราะนอกจากจะช่วยให้เราลดระยะเวลาในการทำงานได้แล้ว ยังมาพร้อมตัวช่วยเพิ่มความครีเอทให้กับงานอีกต่างหาก ซึ่งจะมี AI เครื่องมือไหนที่น่าใช้บ้าง? ตามไปดูกันได้เลย

Hey Gen

Hey Gen เครื่องมือ AI Generative ที่ช่วยให้เราใช้เครื่องมือของ AI เลือก Avatar ที่เราต้องการใช้ทำคลิปออกมาได้ โดยจะสามารถใส่เสียง หรือจะใส่เป็น Script ให้ AI ช่วยพูดก็ได้ ที่สำคัญยังมีเสียงภาษาไทยให้ได้เลือกใช้งานอีกด้วย แต่สำเนียงและวิธีการพูดจะเป็นแบบ Siri คือยังไม่เป๊ะเท่าไหร่ ถ้าอยากให้เสียงเนียนเป็นคนพูดกันแบบทั่วไปอาจต้องอัปโหลดเสียงแบบที่เราต้องการลงไปเอง หรือจะทำ Voice Clone ออกมาก็ได้

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://app.heygen.com/

Beatoven.ai

Beatoven.ai เครื่องมือ AI Generative สำหรับการสร้างเสียงเพลงที่ใช่ในสไตล์ของเรา ซึ่งสามารถเลือกสร้างสรรค์ผลงานได้ตั้งแต่ Tempo จะช้า กลาง หรือเร็ว ได้หมด หลังจากนั้นเราก็ต้องเลือก Genre ที่ชอบก็จะมีให้เลือกหลากหลายสไตล์ เช่น Indian, Pop, Ambiet, Indie, Rnb, Cinematic, HipHop หรือ Electronic เป็นต้น ต่อมาก็เลือก Emotion ของเสียงที่เราอยากได้ สามารถเลือกได้ตั้งแต่ Sad, Calm, Motivational, Happy, Scary, Cheerful, Angry, Triumphant, Relaxing, Depressing, Dreamy, Inspirational, Energetic, Joyful, Tense และ Fearful เมื่อเลือกครบแล้วเครื่องมือของ AI ก็จะสร้างเสียงออกมา โดยเราสามารถนำเสียงนั้นมาปรับแต่งต่อได้อีกตามใจชอบ  

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.beatoven.ai/

Play.ht

Play.ht เครื่องมือ AI Generative ที่ช่วยพูดให้เราฟังได้ โดยการใช้งานก้ง่าย ๆ เลย เพียงแค่พิมพ์ข้อความเข้าไปเครื่องมือของ AI ก็จะทำการสร้างเสียงออกมาจากข้อความที่เราพิมพ์ไป แต่ตอนนี้เท่าที่เช็กมา Play.ht ยังไม่มีภาษาไทยรองรับ แต่หากใครอยากไปลองใช้งานเพียงแค่สมัคร Account และลงชื่อเข้าใช้งาน จากนั้นก็พิมพ์ข้อความลงไปแล้วเลือกเสียงที่ชอบให้ AI พูดให้ฟังได้เลย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://play.ht/

Vidyo.ai

 Vidyo.ai เป็นเครื่องมือ AI สำหรับงานวิดีโอโดยเฉพาะ สามารถช่วยปรับวิดีโอแนวนอนแบบยาว ๆ ให้กลายเป็นแนวตั้ง หรือ 1:1 ได้ง่าย ๆ เพียงแค่อัปโหลดวิดีโอลงไป เครื่องมือของ AI ก็จะจัดการตัดครอปวิดีโอคลิปนั้นให้เป็นไซซ์ที่เราต้องการได้ ซึ่งในการแปลงวิดีโอนั้นก็จะมีข้อจำกัดอยู่ 3 ข้อหลัก ๆ คือ

  1. วิดีโอที่อัปโหลดลงไปต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น (วิดีโอไทยอาจจะต้องรอกันสักหน่อย)
  2. วิดีโอที่อัปโหลดลงไปต้องเป็นวิดีโอที่มีเสียงพูดคุย หรือการสนทนาเท่านั้น 
  3. วิดีโอที่อัปโหลดลงไปต้องเป็นวิดีโอไฟล์ mp4, m4v และ webm เท่านั้น และขนาดต้องไม่เกิน 5 GB 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://app.vidyo.ai/ 

Colormind

Colormind เป็นเครื่องมือที่ช่วยย่นระยะเวลาคิด Colour Palette สำหรับ Graphic Designer โดยเฉพาะ ที่สำคัญสามารถใช้งานได้ง่ายมาก ๆ เพียงแค่อัปโหลดรูปที่เราต้องการเข้าไป  เครื่องมือของ AI ก็จะดึงโค้ดสีออกมาให้เสร็จสรรพพร้อมใช้งานเลย เมื่อได้โค้ดสีมาแล้วเราก็คลิกต่อไปที่ “Website Colors” เพื่อที่จะลองเอาโค้ดสีต่าง ๆ ไปใช้กับหน้าตาเว็บไซต์ตัวอย่าง หรือแคปเป็น Reference ไปใช้กับงานได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถกดเลือกเมนู “Templates”เพื่อเอาตัวอย่างการใช้สีใน Palette นั้น ๆ ใช้งงานได้อย่างครบครันอีกด้วย

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: http://colormind.io/

Autodraw

Autodraw เครื่องมือ AI Tools ช่วยสร้าง Icon น่ารัก ๆ สำหรับการตกแต่งงานต่าง ๆ วิธีวาดก็ง่าย ๆ เลย เพียงใช้ฟีเจอร์ปากกวาดอะไรก็ได้ลงไปตามที่เราต้องการ จากนั้นเครื่องมือของ AI ก็จะพยายามเดาว่าเราวาดอะไรแล้ว Generate รูปออกมาให้เลือกหลากหลายแบบ เช่น เราวาดวงกลม 2 วง พร้อมกับเส้นที่เชื่อมต่อกันตรงกลาง เครื่องมือ AI ก็จะให้ผลลัพธ์ออกมาหลายแบบ อาจเป็นแว่นตา จักรยาน หรือกลอง เป็นต้น โดยเราสามารถกดคลิกขวา Save Image เลือก Icon นั้น ๆ ได้หลากหลายรูปแบบแล้วแต่การใช้งาน

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.autodraw.com/

Flair AI

Flair AI เครื่องมือ AI Tools สำหรับชาว Graphic Designer ที่สามารถสร้างภาพกราฟิกจากการใส่ Keyword ของสินค้าได้ เช่น หากเราแค่มีรูปขวด ที่ใช้ใส่สินค้าสวย ๆ เราก็อัปโหลดเข้าไป จากนั้นเครื่องมือของ AI จะทำการ Generate พื้นหลังที่เข้ากันมาให้เราแบบเสร็จสรรพเลย นอกจากนี้หากเราต้องการอะไรเพิ่มเติมสำหรับรูปภาพก็สามารถพิมพ์ Text คำสั่งอธิบายลงไปให้ AI สร้างภาพตามที่เราพิมพ์ได้เลย เรียกได้ว่าสามารถจัดลักษณะการจัดวางของสินค้า โทนสี และพื้นหลังของภาพได้เหมือนกับไปถ่ายภาพในสตูดิโอจริง ๆ เลย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://flair.ai/

Khroma

Khroma เครื่องมือ AI Tools ที่ช่วยเลือกสีให้กับชิ้นงานของเรา โดย AI ตัวนี้จะให้เราเลือกสีที่เราชอบมาทั้งหมด 50 สี แล้วจะทำการ Generate เป็นชุดสีพื้นหลังและสีตัวอักษรให้เราสามารถนำไปใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งชุดสี หรือพาเลทที่สร้างออกมานั้นจะมีให้เลือกเอาไปใช้ในรูปแบบต่าง ๆ คือ

  1. Background + Text =  สีพื้นหลังและสีตัวอักษร
  2. Poster = สี Background ตามสีที่เราเลือก
  3. Gradient = จับคู่สีแบบไล่สีตามสี่ที่เราชอบ
  4. Photo = ลองให้คู่สีต่าง ๆ ที่เราเลือกมาอยู่บนรูป

บอกได้เลยว่าเหมาะสำหรับการค้นหาไอเดียใหม่ ๆ เพื่อนำไปสร้างสรรค์ Typography และ Artwork ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://www.khroma.co/

Uizard

Uizard เครื่องมือ AI Tools สำหรับสาย UX/UI สามารถช่วยเปลี่ยนภาพวาดธรรมดาให้กลายเป็น Wireframe ได้ เพียงแค่เราวาดตามข้อกำหนดของที่เว็บไซต์ที่กำหนดไว้ เครื่องมือของ AI ก็จะสร้างออกมาเป็น UI ให้เลยทันที ซึ่งเครื่องมือนี้ยังสามารถ Generate Theme UI และสร้างไอคอนในรูปแบบของไฟล์ svg ได้อีกด้วย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://uizard.io/

Let’s enhance it

Let’s enhance it เครื่องมือ AI Tools ที่ช่วย Generate ภาพที่แตก เบลอ ไม่คมชัดให้กลายมาเป็นภาพที่มีความละเอียดสูง ดูธรรมชาติ นอกจากจะช่วยให้ภาพกลับมาคมชัดเหมือนใหม่แล้ว ยังมีเครื่องมือของ AI ที่สามารถช่วยปรับแสง สี และโทนของภาพได้อีกด้วย ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เครื่องมือ AI เครื่องมือนี้ ยังมาพร้อมตัว AI ที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานบนเว็บไซต์และไม่ทำให้เว็บไซต์ของเราใช้เวลาโหลดรูปช้าอีกด้วย 

✔ ทดลองใช้งานได้ที่: https://letsenhance.io/

เป็นอย่างไรกันบ้าง? กับ #ADMExAITheSeries เครื่องมือ AI สุดเจ๋งทั้ง 40 เครื่องมือที่เราได้นำมาฝาก หลาย ๆ คนคงจะเห็นกันแล้วใช่ไหมว่า AI เครื่องมือที่น่าใช้ในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในหมวดหมู่สาย Social Media Marketing, สาย SEO, สาย Content หรือสาย Graphic และ Creator เรียกได้ว่าชุดเครื่องมือโปรแกรม AI แต่ละเครื่องมือในแต่ละหมวดหมู่มาพร้อมจุดเด่นในด้านการใช้งานที่แตกต่างต่างกัน 

และสำหรับใครที่อยู่ในสายงาน Digital Marketing แล้วชอบที่จะลองเครื่องมือ AI ใหม่ ๆ เราขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาดที่จะลองใช้เครื่องมือของ AI ที่เรารวบรวมมาให้ เพราะชุดเครื่องมือโปรแกรม AI แต่ละเครื่องมือนั้นสามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้จริงหากเลือกใช้อย่างเหมาะสม 

ในครั้งหน้าเราจะนำสาระดี ๆ เกี่ยวกับการทำการตลาดออนไลน์ หรือ AI เครื่องมือไหนมาฝากอีกนั้น 
รอติดตามบทความดี ๆ จากทาง ADME กันได้เลย!